คู่มือ Creative Commons: อ่านครั้งเดียว ใช้ได้จริง

ผลงานทุกชิ้นบนโลก โดยปริยายจะมีลิขสิทธิ์แบบ “สงวนสิทธิ์ทุกประการ” (All Rights Reserved) — ห้ามใช้โดยไม่ขออนุญาต Creative Commons (CC) คือสัญญาอนุญาตแบบ “สงวนสิทธิ์บางประการ” (Some Rights Reserved) ที่เจ้าของผลงานประกาศไว้ล่วงหน้าว่านำไปใช้ได้ ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด

สัญญา CC ทุกฉบับประกอบขึ้นจากเงื่อนไขพื้นฐาน 4 ข้อ ผสมกันเป็นสัญญามาตรฐาน 6 รูปแบบ

เงื่อนไขพื้นฐาน 4 ข้อ

BY — Attribution (อ้างอิงแหล่งที่มา)

ต้องให้เครดิตเจ้าของผลงานเสมอ เป็นเงื่อนไขที่บังคับอยู่ในสัญญา CC ทุกฉบับ ไม่มีข้อยกเว้น

NC — NonCommercial (ห้ามใช้เพื่อการค้า)

ห้ามนำไปใช้หากำไร ห้ามขาย ห้ามใช้โปรโมทธุรกิจ ใช้เพื่อการศึกษา งานส่วนตัว หรือการกุศลได้

ND — NoDerivatives (ห้ามดัดแปลง)

ต้องใช้ผลงานในสภาพเดิมทั้งหมด ห้ามตัดต่อ ห้ามเปลี่ยนแปลง ห้ามแปล

SA — ShareAlike (อนุญาตแบบเดียวกัน)

หากนำผลงานไปดัดแปลง ผลงานที่ดัดแปลงแล้วต้องเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาตแบบเดียวกันกับต้นฉบับ

สัญญาอนุญาตมาตรฐาน 6 รูปแบบ

เรียงจากเสรีที่สุดไปยังเข้มงวดที่สุด

CC BY

ใช้ได้ ดัดแปลงได้ ใช้เชิงพาณิชย์ได้ เงื่อนไขเดียวคือให้เครดิตเจ้าของผลงาน เป็นสัญญาที่เปิดกว้างที่สุด

CC BY-SA

ใช้ได้ ดัดแปลงได้ ใช้เชิงพาณิชย์ได้ โดยต้องให้เครดิต และผลงานที่ดัดแปลงต้องเผยแพร่ภายใต้ CC BY-SA เช่นเดียวกัน (ตัวอย่างที่ใช้สัญญานี้คือ Wikipedia)

CC BY-ND

ใช้ได้ ใช้เชิงพาณิชย์ได้ โดยต้องให้เครดิต แต่ต้องใช้ผลงานในสภาพเดิมทั้งหมด ห้ามดัดแปลง

CC BY-NC

ใช้ได้ ดัดแปลงได้ โดยต้องให้เครดิต แต่ห้ามใช้เพื่อการค้า

CC BY-NC-SA

ใช้ได้ ดัดแปลงได้ โดยต้องให้เครดิต ห้ามใช้เพื่อการค้า และผลงานที่ดัดแปลงต้องเผยแพร่ภายใต้สัญญาเดียวกัน

CC BY-NC-ND

เข้มงวดที่สุดในกลุ่ม CC ที่ยังอนุญาตให้ใช้ได้ — ดาวน์โหลดหรือแชร์ต่อได้เท่านั้น ห้ามดัดแปลง ห้ามใช้เพื่อการค้า และต้องให้เครดิต

CC0 — สละสิทธิ์ทั้งหมด

CC0 ไม่ใช่สัญญาอนุญาตในความหมายเดียวกับ 6 ข้อข้างต้น แต่เป็นการสละสิทธิ์ทั้งหมดของเจ้าของผลงาน ผู้ใช้นำไปใช้ ดัดแปลง หรือขายหากำไรได้ทันที โดยไม่ต้องให้เครดิตแต่อย่างใด

วิธีให้เครดิตที่ถูกต้อง: TASL

การเขียนแค่ “ขอบคุณภาพจาก Google” หรือ “Cr. YouTube” ไม่ถือว่าให้เครดิตอย่างถูกต้องตามหลักสากล วิธีที่ถูกต้องใช้สูตร TASL

  • T (Title) — ชื่อผลงาน ถ้ามี
  • A (Author) — ชื่อผู้สร้าง หรือชื่อบัญชีผู้ใช้ของเขา
  • S (Source) — ลิงก์ไปยังต้นทางของผลงาน
  • L (License) — ระบุประเภทสัญญา CC พร้อมลิงก์ไปยังหน้าอธิบายสัญญานั้น

ตัวอย่าง: “ภาพน้องแมว (T) โดย John Doe (A) จาก Flickr (S) ภายใต้สัญญาอนุญาต CC BY-NC 2.0 (L)”

วิธีเผยแพร่ผลงานของตัวเองภายใต้ CC

ไม่ต้องจดทะเบียนที่ไหน เพียงระบุประเภทสัญญาไว้ที่มุมภาพ ท้ายคลิป หรือหน้าเว็บไซต์ เพื่อประกาศให้ผู้อื่นทราบว่านำผลงานไปใช้ต่อได้ภายใต้เงื่อนไขใด

งานเขียนของผมในเว็บไซต์นี้ทุกชิ้น ใช้สัญญา CC BY-SA เป็นค่าเริ่มต้น เว้นแต่จะระบุไว้เป็นอย่างอื่นในแต่ละชิ้นงาน

อ่านจบแล้วมันก็ดูดีมีความรู้ใช่มั้ยล่ะครับ แต่จริงๆแล้วผมใส่หน้านี้ไว้ในเว็บตัวเองเพราะผมเองก็จำไม่ค่อยได้ ถ้าใครมาถามแล้วตอบไม่ได้ก็เสียฟอร์มนายกสมาคมโอเพนซอร์ส ก็เลยกะจะเนียนๆไล่ให้มาอ่านเองในเว็บนี้แหละ 555