มุมมองของผมเกี่ยวกับโลกมนุษย์ในยุคที่ AI ฉลาดระดับ Super Intelligence และ Machine ทำงานแทนมนุษย์ได้มากกว่าแค่รับคำสั่ง

ใน “โลกมนุษย์” เราจะนิยามคำเรียกดาวเคราะห์ดวงนี้อย่างไร ก่อนอื่นเราต้องตั้งสมมุติฐานก่อนว่าโลกยังเป็นโลกที่มนุษย์ยังเป็นเผ่าพันธุ์ที่มีอำนาจสูงสุดบริหารจัดการและควบคุมอย่างแท้จริง ซึ่งอำนาจนั้นยังคงควบคุมสั่งการ AI และแมชชีนทุกชนิดได้แม้ว่าเราจะปล่อยให้เทคโนโลยีเหล่านี้ตัดสินใจแทนเราไปมากมาย ยิ่งกว่านั้นก็คงจะมีสิ่งที่เราไม่เข้าใจอย่างมากมายแต่ก็ยอมรับมันไปทั้งด้วยความเต็มใจและความไม่รู้

คราวนี้มาดูกันว่ามนุษย์เหลือบทบาทอะไรบ้าง ผมจะพยายามถอดเอาเรื่องที่เป็นรายละเอียดปลีกย่อยทิ้งออกไปให้หมด แล้วเหลือแต่แกนความคิดจริงๆ

บทบาทที่หนึ่ง “ผู้บริโภค”

มนุษย์เองจะขับเคลื่อนโลกมนุษย์ไปทำไม? ก็ต้องขับเคลื่อนไปเพื่อประโยชน์ของมนุษย์ และอย่างเดียวที่มีความต่อเนื่องและเป็นความจริงแท้ตลอดไปก็คือมนุษย์เป็นผู้บริโภค เป็นผู้ใช้ทรัพยากรหรือจะเรียกว่าผลาญทรัพยากรก็ไม่ผิดอะไร สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจและวงจรที่เกี่ยวข้องทั้งหมดของ “โลกมนุษย์”

บทบาทที่สอง “ความรับผิด”

อ่านถูกแล้วครับ ไม่ใช่ “ความรับผิดชอบ” เหลือแค่ “ความรับผิด” เพราะในอนาคตมนุษย์ไม่ได้ทำงานอะไรมาก คุณค่าที่แท้จริงโดยเฉลี่ยก็ไม่ได้ถึง 0.01% ของคุณค่าที่เหล่า machine ที่ฉลาดสุดๆและแสนจะขยันจะสร้างให้ในยุคหน้า และเมื่อมนุษย์ไม่ได้ทำงานอะไรมากแต่ก็ยังต้องดำรงอยู่ต่อไป พวกเราก็จะได้รับการจัดสรรทรัพยากรเพื่อดำรงชีพและมีความสุขในระดับที่เหมาะสม ในยุคที่แมชชีนทำงานแทนทุกอย่างและพลังงานน่าจะมีเพียงพออย่างไม่จำกัดด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆที่ AI ช่วยสร้างสรรค์ขึ้นมา ดังนั้นภารกิจที่สำคัญซึ่งมีแต่มนุษย์ที่ทำได้ก็คือ รับผิดเมื่อมีปัญหาเกิด เราจะใช้แมชชีนทำงานอย่างมากมายแต่มันไม่สามารถจะไม่มีใครรับผิดได้ แมชชีนหรือ AI ไม่กลัวจำคุกตลอดชีวิต เราเอา AI หรือแมชชีนไปขังไว้ 100ปี 200ปี 1,000ปี หรือจับใส่ไว้ในผลึกแก้วไฮเทคแล้วขังมันไว้หนึ่งล้านปีมันก็ไม่สนใจ ไม่มีปัญหาอะไร ไม่ได้สำนึกผิด ไม่ได้ปรับปรุงตัวเองด้วยซ้ำ เราจะประหารชีวิต AI ด้วยการลบมันทิ้ง ประหารชีวิตหุ่นยนต์ด้วยการแยกชิ้นส่วนมันไปเป็นอะไหล่ ก็ไม่น่าจะได้ประโยชน์อะไรขึ้นมา และไม่ได้ช่วยป้องกันการเกิดซ้ำของปัญหาอะไรแต่อย่างใด เพราะฉะนั้นมนุษย์จะต้องยังคงเป็นผู้รับผิด (จริงๆก็คงต้องมีอำนาจในมือในระดับที่เหมาะสมด้วย) ในกลไกต่างๆที่ต้องการการดูแลให้ปลอดภัยและเรื่องอื่นใดที่สำคัญต่อการดำรงอยู่ของสังคมมนุษย์

บทบาทที่สาม “ควบคุมกติกาและออกแบบระบบ”

ถ้ายังอยากจะมีโลกมนุษย์ที่ควบคุมได้จริงและรักษาผลประโยชน์ของมนุษย์ได้ต่อไป มนุษย์ไม่ใช่เพียงต้อง “กุมอำนาจสูงสุด” ในการอนุมัติการสร้างและเปลี่ยนแปลงระบบ “อำนาจที่ขาด ความรู้ คุณธรรมจริยธรรม(ตามหลักการของสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่ามนุษย์) ความเข้าใจ และการเข้าถึงในรายละเอียดที่มากพอ ไม่อาจต้านทานความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วทรงพลังได้”การแก้ปัญหาและพัฒนาใดใด ถ้าไม่ “รู้ลึกรู้จริง” ก็ไม่มีทางเป็นไปได้ที่จะควบคุมและออกแบบกระบวนการเพื่อความอยู่รอดได้จริง เราต้องเป็นผู้ออกแบบและปรับปรุงการออกแบบระบบที่เกี่ยวข้องในการบริหารจัดการทรัพยากรและระเบียบการอยู่ร่วมกันทั้งระหว่างมนุษย์ด้วยกันเอง และ มนุษย์ กับ machine ต้องคุมภาพรวมทั้งหมดได้ดีมากจริงๆ ถ้าปล่อยมือจากเรื่องนี้ เช่น ให้ machine จัดการพลังงานเอง ให้จัดการทรัพยากรบนอวกาศแทนคน ให้เข้าถึงอาวุธและเอาชนะสงครมได้เอง(เพราะความฉลาดและพลังการคำนวณที่เหนือกว่าเรามาก) รวมถึงการยกอำนาจการวางแผนโดยการทำแบบจำลอง simulation model ต่างๆ แล้วก็เชื่อในการนำเสนอข้อมูลของ machine แทบทั้งหมด สังคมมนุษย์ย่อมจะรับความเสี่ยงในระดับที่สูงสุด สามารถถึงจุดที่ล่มสลายหรือถูกมองว่าเป็นกาฝากเกาะกินทรัพยากรของดาวโลกได้ง่ายๆ

ดังนั้นในการวางยุทธศาสตร์ การเตรียมความพร้อมของคน การออกแบบระบบต่างๆ การวางแผนระดับปฏิบัติ รวมถึงการวางแผนระยะยาวเกี่ยวกับการจัดสรรทรัพยากรใดๆของมนุษย์ ควรจะขีดเส้นแบ่งให้คมชัด โดยมองการณ์ไกลถึงสามบทบาทแท้จริงระยะยาวนี้ของมนุษย์ การที่ไปแตกกิ่งก้านสาขาออกไปมากกว่าสามข้อนี้จนรกรุงรังเป็น noise ทางปัญญา ก็อาจจะทำให้ภาพเบลอเกินความจำเป็นก็เป็นได้

ฝากประเด็นนี้ไว้ให้กับผู้ที่มีโอกาสผ่านมาอ่าน

ขอบคุณครับ

CC BY-SA 4.0